[VD]Noll007 : งานศพ
posted on 01 Feb 2011 02:17 by noll-ran in Noll-Ran
.
.
เทรสเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน ที่บ้านไม่ใคร่จะมีฐานะนักเขาจึงภูมิใจมากที่สามารถฟันฝ่าชีวิตส่วนใหญ่มาได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ความภูมิใจอันท่วมท้นนี้ถูกนำเสนอต่อคนข้างนอกในรูปแบบของ”พี่ชายใจกว้าง” การมาเป็นสวีปเปอร์ก็เช่นเดียวกัน มันสื่อว่าเขา”สามารถ”ทำงานในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่พึงปรารถนาได้ การคบกับคนไม่พึงปรารถนาก็ด้วย ไม่มีหลักเหตุผลใดเป็นพิเศษที่ทำให้เทรสตัดสินใจมาสมัครงานหรือทักทายดูแลคนประเภทนั้น ว่าตามสัตย์จริงเขาทำไปโดยไม่รู้ตัวและไม่เคยคิดฝันว่าจะมีอะไรให้รู้
และก็คงไม่รู้ตัวไปทั้งชีวิตถ้าฟ้าไม่ลิขิตให้มาพบกับโนล
ความ“พิเศษ”ของโนลปรากฎแก่สายตาเทรสครั้งแรกในวันที่พาไปจัดการออเดอร์ห้องคนตาย ตอนกลับไปหาโนลที่ถูกปล่อยให้อยู่ในห้องลูกค้าเพียงลำพัง ก่อนหน้านั้นเทรสไม่มีอิมเมจอะไรกับชายหน้าหนอนไหมมากไปกว่าหนังมนุษย์กลวง ๆ ที่พระเจ้าลืมใส่วิญญานให้ เป็นคนประเภทที่เขาไม่อยากเป็นที่สุด คนมีพลังชีวิตเปี่ยมล้นอย่างเทรสไม่สามารถจินตนาการได้ว่าถุงหนังสีขาวที่ชื่อว่าโนลนั้นบรรจุอะไรไว้ข้างใน ถ้ามีไฟชีวิตลุกโชนอยู่ในอกคนเราจริง เขาคือเจ้าของกองไฟขนาดใหญ่ ส่วนโนลคือเจ้าของช่องเตาผิงมืดมิดเย็นชืด แบบคนตายหรือใกล้ตายเท่านั้นจึงมี
แต่เย็นวันนั้นเทรสเกิดเห็นแสงในเตาผิงเย็นชืดนั้น เล็กจ้อยแต่ชัดเจน เหมือนเปลวบนปลายไม้ขีดในที่มืด แล้วหายไปประหนึ่งมีคนลักไปซ่อน เปลวนั้นสร้างตัวตนของโนลขึ้นในสายตาเขา เปลวที่ทำให้เขาสามารถระบุได้ว่าตรงหน้ามีโนลอยู่ นี่คือโนล คนที่ชื่อโนล สิ่งที่เรียกว่าโนล จะไม่มีใครเป็นโนลได้นอกจากคนตรงหน้านี้
ไม่ว่ายังไงเงาตกค้างของเปลวก็ไม่จางหายไปจากความมืดหลังเปลือกตาเทรส ได้แต่ปรารถนาจะเห็นอีกซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว เขาก็เอาแต่เฝ้ามองโนลแล้ว
.
.
-------------------------
.
.
ปัจจุบัน
ออฟฟิศเซนท์เวิรค์
ตอนมาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ โนลนั่งเก้าอี้ออฟฟิศหลังตรงแหน่วเหมือนทหารประจำการ พอเริ่มคุ้นเคยก็ย้ายมานั่งประจำที่โซฟาและเดี๋ยวนี้พัฒนาเป็นนอนยาวลงไปเมื่อโอกาสเป็นใจ อย่างตอนนี้ที่ออฟฟิศเหลือกันอยู่สามคนในบรรยากาศเบา ๆ ไร้แขกไร้งานซีเรียส โนลนอนยืดหลังบนโซฟาบุหนังเทียมสีดำเลื่อม เทรสยืนคุยกับพนักงานอีกคนที่มุมอื่นโดยไม่ลืมเหลือบมองโนลเป็นระยะ
ไม่อาจบอกได้ว่าเทรสรู้จักทุกสิ่งของโนลแต่อย่างน้อยเขาก็รู้มากกว่าใครในออฟฟิศ ถึงเวลากว่าสองปีที่ทำงานร่วมกันมาทำให้ทุกคนในออฟฟิศยอมรับโนลแต่ก็ยังคงมีกำแพงบาง ๆ คั่นไม่เปลี่ยน ไม่มีใครเดาออกว่าโนลคิดอะไรอยู่ โลกส่วนตัวของเขามีลักษณะเฉพาะตัวเกินไปและไม่มีใครคิดว่าน่าดูพอให้พยายามกระเสือกกระสน ส่วนเทรสคือมนุษย์ที่”บังเอิญ”อยู่ในจังหวะที่ใช่ทำให้มีโอกาสเห็นอะไรมากกว่าคนอื่น บางสิ่งในตัวโนลทำให้เทรสละสายตาไม่ได้ มันดึงดูดให้เขาต้องคอยสังเกต เหมือนมองเครื่องจักรประหลาดที่ไม่รู้ว่ามีกลไกแบบไหนและจะทำอะไรออกมาอีกเมื่อไหร่
เทรสเหลือบมองนาฬิกาแขวนชี้เวลาเกือบหกโมงเย็น เขาร่ำลาคู่สนทนาแล้วเดินมาเรียกโนล วันนี้ต้องเป็นตัวแทนบริษัทไปร่วมงานศพของลูกค้า โนลลุกขึ้นมาทำตัวสลึมสลือสักครู่แล้วเดินเข้าห้องน้ำ
.
.
บนรถบรรทุกขนาดย่อมของบริษัท ผู้ประจำตำแหน่งคนขับคือเทรสตามปกติ คู่หูนั่งข้างกันคือโนลที่เสยผมขึ้นไปบนศรีษะเรียบแปล้และสวมแว่นกรอบใหญ่ล้าสมัย ประธานเป็นคนแนะนำให้โนลหามาใส่เพราะเขาติดนิสัยเกาหนังตาล่างเวลาคุย เป็นบุคลิกไม่น่าดูให้ลูกค้าเห็น เทรสเห็นด้วย เขาไม่ได้อยากจู้จี้กับบุคลิกคนอื่นถ้าไม่นับว่าปลายนิ้วเวลาเกาจะดึงหนังใต้ตาลงมาจนปลิ้นเห็นเนื้อสีแดงข้างใน
การจราจรของแอนลิงค์ช่วงหัวค่ำคล่องบ้างติดบ้างตามประสา ระหว่างคาอยู่สี่แยกไฟแดง เทรสเหลือบตามองโนลที่พิงตัวกับกระจกรถ ปากเผยอเปิดเล็กน้อย มองเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น เห็นทีไรเทรสอดคิดไม่ได้ว่าคนนี้ช่างต่างกับตัวเขาเสียจริง
“นอนไม่พอเหรอ?” เทรสเปิดประเด็นชวนคุย
“...อา” ผู้ถูกถามกล่าวตอบลอย ๆ เหมือนปล่อยลมหายใจออก
“ดูหนัง ? ติดนิยาย ?”
“...นอนอยู่บนเตียง เพลินไปหน่อย”
คำตอบที่คนทั่วไปอดคิดไม่ได้ว่าถูกกวนประสาท เทรสชินแล้ว เขารู้ว่าโนลตอบตรงไปตรงมาอย่างที่สุด ความคิดbetween the lineในประโยคของโนลถือเป็นปัญหาเชาว์ประจำวันของเทรสเลยทีเดียว
“ย้ายไปเวนเลสแล้วดีมั้ย ?”
เมื่อไฟเขียวสว่าง เทรสดึงสายตากลับไปมองถนน เหยียบคันเร่ง ตัวเขานี่แหล่ะคือคนที่เช็คข้อมูลให้โนลรู้ตัวว่าโชคร้ายแค่ไหนที่หลงซื้อบ้านหลังนั้นตามนายหน้า แต่ดูเหมือนฝนที่ตกตลอดเวลาในเวนเลสชะล้างความทุกข์ออกจากตัวโนลไปได้อย่างรวดเร็ว โนลไวเสมอเรื่องการสลายก้อนความรู้สึก แต่กลับนึกเรื่องของตัวเองไม่ค่อยออก เชื่องช้าเหมือนรื้อหาของในที่ที่ไม่รู้จัก เมื่อคิดนาน เขาจะยกนิ้วขึ้นมาเกาหนังตา แต่เมื่อปลายเล็บชนกระจกแว่นก็ลดมือลงไปไว้ที่เดิม คนส่วนใหญ่มักไม่รอฟัง แต่เทรสไม่ใช่คนส่วนใหญ่
“...ก็ดี” บ่าโนลที่พิงติดประตูรถไหลลงมาต่ำ ในที่สุดเขาก็ทบทวนเรื่องของตัวเองได้ “เสียเวลาลุกจากเตียงน้อยลง มาทำงานสบายขึ้น”
เทรสหัวเราะขบขัน
.
.
-------------------------
.
.
ณ โบสถ์
เทรสและโนลมาถึงก่อนเวลาราว20นาที จึงเลือกจอดรถในร้านฟาสท์ฟู้ดใกล้เคียงฆ่าเวลาเพราะไม่ต้องการไปถึงพิธีแต่เนิ่นจนประเจิดประเจ้อ ปกติลูกค้าจะไม่เชิญบริษัทสวีปเปอร์เข้าร่วมพิธีสวดอธิษฐานคนตาย แต่ก็มีส่วนน้อยที่มีแก่ใจส่งเทียบเชิญมา นี่ก็เป็นหนึ่งในส่วนน้อยนั้น
เครื่องดื่มและของกินถูกซื้อมาแก้เหงาปากและพอให้มีอะไรอยู่ท้องไว้ ไม่ดีนักถ้าไปตั้งหน้าตั้งตากินของเลี้ยงในพิธีเพราะความหิว สองพนักงานเซนท์เวิร์คนั่งแช่บนม้านั่งหน้าร้าน เทรสมองแผ่นเมฆแผ่ขยายบนท้องฟ้าพลางกัดเบอร์เกอร์เข้าปาก หันไปมองคนข้าง ๆ โนลกำลังมองคนบนฟุตบาทอย่างไร้ความหมาย ประคองแก้วกระดาษใส่กาแฟด้วยสองมือบนตัก ปล่อยตัวล่องลอยราวกับจะตามไอจาง ๆ ของกาแฟร้อนไปด้วย
พนักงานเซนท์เวิร์คปรากฎตัวในพิธีเมื่อใกล้เวลาทุ่มตรง ต่อหน้าลูกค้า โนลกลายเป็นคนขึงขังอย่างไม่น่าเชื่อ สูทสีดำสะอาดเรียบร้อยขับบุคลิกภูมิฐานที่ซ่อนอยู่ให้โดดเด่น น่าเชื่อถือ เทรสมักปล่อยให้โนลเป็นฝ่ายพูดจาเป็นทางการกับลูกค้าเพราะพูดได้กระชับชัดเจนและถูกต้องตามแบบแผนธรรมเนียม เทรสยังสังเกตว่าโนลจะพูดเหมือนเทปเล่นจากเครื่องวิทยุเลยทีเดียว รวมถึงการสร้างรอยยิ้มปลอม ๆ ในยามที่ต้องมี เหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาขบขันและถูกใจมากในตัวโนล
.
.
เมื่อผ่านด่านต้อนรับเทรสและโนลก็ถูกเชิญให้เข้าไปในตัวโบสถ์ เก้าอี้ยาวสองฝั่งมีผู้คนนั่งเกือบเต็ม ด้านในสุดเป็นที่ตั้งของโลงศพและไม้กางเขน ทุ่มตรงแล้วพิธีสวดอธิษฐานพร้อมจะเริ่มขึ้นทุกเมื่อ เทรสและโนลได้นั่งแถวหลังสุดริมทางเดินตามฐานะ เทรสกวาดสายตาสอดส่ายไปทั่ว เห็นหญิงวัยกลางคนที่นั่งไหล่ห่ออยู่แถวหน้าสุด ท่ามกลางทุ่งชุดไว้ทุกข์เทรสจำได้ว่าเธอคือคนที่มาติดต่อให้บริษัทเก็บกวาดห้องผู้ตายและส่งเทียบเชิญงานพิธีวันนี้ให้
เมื่อเสียงเพลงสวดดังขึ้น เทรสหมดความสนใจในตัวสถานที่และผู้คนรอบข้าง เกือบจะสัปหงกไปแล้วถ้าไม่เหลือบไปเห็นว่าโนลกำลังจ้องมองหล่อนคนนั้นไม่วางตา
.
.
To be continued
![]()
- ขอบคุณที่อ่านและเมนท์จ้า
- เหมือนตอนที่แล้วสภาพอากาศสร้างความสับสนกับคนอ่าน
ในหัวกิ้งก่าแอนลิงค์มีอิมเมจเหมือนลาสเวกัส คิดว่าร้อนตามแบบฉบับเมืองกลางทะเลทราย แต่ไม่ได้เช็คข้อมูลอะไรเลยว่าความจริงเป็นยังไง orz เอาไว้จะไปตบ ๆ ปั้น ๆ ใหม่ละกัน - ตอนที่แล้วถือซะว่าสารคดีชีวิตสวีปเปอร์เนาะ ตอนแรกอยากจะลบทิ้งเลยเพราะดูไปแล้วไม่มีเนื้อหาเชิงอารมณ์หรือความสัมพันธ์ตัวละครเท่าไหร่ แต่ก็ลบไม่ลงเพราะเสียดายเมนท์ทุกคน orz คิดซะว่าได้รู้ว่าเจ้าเทรสบ้างานด้วยเนื้อหา10พารากราฟละกันนะ (ยาวไปมั้ย กรั่ก)
- ปล......ทำไมรู้สึกว่าพาร์ทโนลช่วงนี้มันเรื่อยเปื่อยเหลือเกิน อ่ากกก